ReadyPlanet.com
dot dot
ixon เจ้าแห่งเทคโนโลยี่ , เสริมสวย , ทำผม , อุปกรณ์เสริมสวย , nigao , นิกาโอะ . นิคาโอะ
8 กรรไกรตัดซอยผม 2 ช่างดัง

เทคนิคเฉพาะตัวสไตล์ญี่ปุ่น ปะทะ เทคนิคเด่นเจ้าของตำนาน "กรรไกรไฟลุก"

มร.ชุนจิ มัตสึโอ ช่างผมชื่อดังและมากด้วยประสบการณ์จากแดนอาทิตย์อุทัย ได้มาเผยเคล็ดลับการตัดซอยผม โดยนำเทคนิคการออกแบบผมในสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งได้ให้คำแนะนำว่า

 “ทรงผมญี่ปุ่นจะมีความเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นผมซอยสั้นหรือผมดัด โดยการตัดซอยผมนั้นจะเน้นที่รูปทรงของผมจะต้องพลิ้วไหวมี movement ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด”
 

   
โดยจะมีเทคนิคการตัดซอยดังต่อไปนี้

1. Slide Cutting คือการตัดโดยใช้ปลายกรรไกรสไลด์ปลายผมให้เรียวแหลม โดยแบ่งการสไลด์ออกเป็น 4 แบบ ดังนี้
-In Slide Cut  ลักษณะการตัดคือการตัดโค้งจากด้านบนลงด้านล่าง แนวนอน
-Out Slide Cut ลักษณะการตัดคือ ตัดโค้งจากด้านบนลงด้านล่าง แนวนอน
-Side Slide Cut ลักษณะการตัดคือ ตัดโค้งสไลด์ออกในแนวตั้งด้านบนลงล่าง
-Reverse Side Slide Cut คือการตัดโค้งสไลด์ออกในแนวตั้งด้านในบนลงล่าง

2.  Back Comb Slide Cut เป็นการตัดในลักษณะที่ย้อนลงโคนผม (แบบยีผม)

3.  Chop Cutting เป็นการตัดย้อนเข้าช่อผมปลายมุมแหลม (ปลายช้อนส้อม)

4.  Flapping Scissors Cutting วิธีการคือ จับกรรไกรด้วยนิ้วชี้และนิ้วนาง ใช้นิ้วนางและนิ้วโป้งควบคุมจังหวะการตัดขึ้นลง โดยการใช้วิธีกางกรรไกรออกเล็กน้อย ตัดแบบการยีผมขึ้นลง ใช้ตัดเพื่อเน้นส่วนโคนผม กลางศีรษะให้ตั้งขึ้นพองทุยขึ้น

5. Thining Cutting คือวิธีการตัดด้วยกรรไกรฟันปลาซอยบาง

6. Blunt Cutting คือการตัดแนวนอนเป็นเส้นตรง

7. Zigzag Blunt Cutting เป็นการตัดปลายให้แหลมด้านเดียว

8. Stroke Disconnection Cutting เป็นการตัดเซาะร่องต่างระดับ

ซึ่งขั้นตอนการตัดซอยทั้งหมดนี้ จะช่วยทำให้ผมที่ตัดซอยออกมาแล้วมีความพลิ้วไหวสวยงามมีความเป็นธรรมชาติ สร้างความพอใจให้เกิดกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

มร.ชุนจิ มัตสึโอะ เกิดที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มอาชีพช่างผมหลังจากจบกรศึกษาจาก “Yamano Beauty School” สถาบันด้านความงามและการทำผมชื่อดังของประเทศ โดยเข้าร่วมงานกับ “โรสแมรี่” ซาลอนหรูรดับเอ็กซคลูซีฟในเมืองโอซาก้า ที่ให้บริการเฉพาะสมาชกเท่านั้น พร้อมทั้งก้าวเป็นหุ้นส่วนของร้านทำผมแห่งหนึ่งในเมืองโกเบ ในวัยเพียง 21 ปี เท่านั้น

 หลังจากประสบความสำเร็จที่บ้านเกิด ชุนจิได้เปิดประสบการณ์ก้าวสู่ระดับสากล โดยเริ่มต้นที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในตำแหน่งผู้ช่วยช่างผมของ ซูกะ ยูซูเกะ ช่างทำผมชาวญี่ปุ่นนดังในยุค 70’s และ 80’s ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปีในการทำงาน ชุนจิได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดอนน่า คาราน,คริสตี้ บริงค์ลี่ย์,ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด,นาโอมิ แคมป์เบล และ จอห์น โลน
 
นอกจากการทำงานกับช่างผมชั้นนำแล้ว ชุนจิยังได้ทำงานใกล้ชิดกับริชาร์ด อาเวดอน ช่างภาพมืออาชีพระดับแนวหน้าที่ทำงานกับซูเปอร์โมเดล และคนดังมากมายในวงการโทรทัศน์พร้อมทั้งได้ขยับสู่ความก้าวหน้าในอาชีพต่อไป
 
โดยทำงานทั้งในกรุงปารีส และนิวยอร์ก ในฐานะสไตลิสต์อิสระ ให้กับแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ อาทิ อลิซาเบธ อาร์เดน และคัฟเวอร์เกิร์ล
 ชุนจิ สั่งสมความเชี่ยวชาญและชื่อเสียงในฐานะช่างแต่งผมชื่อดังขึ้นในวงการแฟชั่นระดับโลก  โดยผลงานการทำผมของเขาได้สร้างความโดดเด่นให้กับแฟชั่นโชว์ใหญ่ๆของดีไซเนอร์ระดับแนวหน้า ทั้งฌอง ปอล โกลติเยร์,ออสการ์ คาราน และคาลวิน ไคลน์ ผลงานทรงผมจากการสร้างสรรค์ของชุนจิ ได้ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของสหรัฐอเมริกามากมาย อาทิ American Vogue, Harper’s, Bazaar, นิวยอร์ก แมกกาซีน และเดอะนิวยอร์ไทมส์

 นอกจากนี้ ระหว่างที่อยู่ในนิวยอร์ก ชุนจิยังเป็นช่างผมส่วนตัวของแฟชั่นกูรู อย่างดอนน่า คาราน และซุเปอร์โมเดล  คนดัง คริสตี้ บริงค์ลี่ย์ โดยก่อนที่จะย้ายกลับมายังเอเชีย ชุนจิได้เปิดร้านทำผมในย่านธุรกิจถึง 2 ร้าน คือ Salon 3757, Salon Ziba ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
 
ส่วนในเอเชีย ก่อนมาที่สิงคโปร์ ชุนจิได้เปิดร้านของเขาเองช่อ I.S.Salon ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จากนั้นในปี 2542 เขาได้ไปเปิดร้านทำผมในประเทศสิงหโปร์ในชื่อ Shunji Matsuo Hair Studio และขยายสาขาเพิ่มตามมาอีก 2 ร้าน ในเวลต่อมา
 
จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสิงคโปร์ ทำให้ในปี 2545 ชุนจิได้เปิดร้านทำผมแนวใหม่ขึ้น ภายใต้ชื่อ Shunji Quick Service ซึ่งมีรูปแบบการบริการที่ไม่ต้องมีการจองล่วงหน้า ลูกค้าสามารถเดินเข้าไปในร้านที่พร้อมจะเสนอการบริการตัดผมเต็มรูปแบบ ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
 
โดยได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนั้นในปีเดียวกันนี้จึงได้มีการขยายแบรนด์ในชื่อ ชุนจิ มัตสึโอะ ไปยังประเทศมาเลเซียด้วย พร้อมทั้งได้มีการเปิดตัว Shunji & Kida Hair Academy สถาบันแห่งแรกในสิงคโปร์ ที่เปิดสอนหลักสูตรการทำผมแบบญี่ปุ่น  ในปี 2546 ที่ผ่านมา



8 เทคนิคการตัดซอย By อ.สถาพร อยู่โต

 
1. สไลด์ซิ่ง

วิธีการตัด

เริ่มด้วยขั้นตอนการแบ่งผมออกเป็นส่วนๆ ตัดที่ละส่วนโดยดึงผมขึ้น จากนั้นสร้างเท็กเจอร์ที่ปลายผม โดยการอ้าปากกรรไกรแล้วหุบลง ให้มีช่วงห่างประมาณ 2 นิ้ว ทำลักษณะนี้ให้ทั่วทั้งศีรษะ ทีละช่อๆ

ผลที่ได้จากการตัด

จะเป็นการช่วยให้ผมที่ตัดซอยออกมาแล้วมองดูมีความกลมกลืนไม่เป็นขั้น หรือเป็นการลบขอบชั้นผม และช่วยให้เกิดแนวเส้นที่มีระดับสั้นยาวไปจนถึงปลายผมอย่างสวยงาม

บรรยายภาพ
วิธีนี้ทำให้เกิดแนวผมสั้นยาวไปจนถึงปลายผม (หลังจากสร้างกรอบความยาวแล้ว)ดึงผมประมาณ 2 นิ้ว โดยใช้นิ้วมือจับ จากนั้นสะบัดปลายผมด้วยกรรไกร ทำซ้ำๆให้ทั่วศีรษะผลที่ได้จะทำให้ศีรษะผลที่ได้จะทำให้ผมไม่เป็นขัน ทำให้เกิดความพลิ้วสวย

 
2. ดีพคัทติ้ง

วิธีการตัด

เริ่มขั้นตอนด้วยการจับผมยกขึ้น จับกรรไกรให้เอียง 45 องศา วางกรรไกรให้มีระยะห่างประมาณ 2 นิ้ว แล้วตัดเฉียงลง

ผลที่ได้จากการตัด

การตัดลักษณะนี้เป็นการสร้างเท็กซเจอร์ให้กับผมเป็นการช่วยลดความหนาบริเวณปลายผม ทำให้ปลายผมเรียวแหลมเหมือนพู่กันมีความเป็นธรรมชาติ

บรรยายภาพ
หลังจากสร้างกรอบผมเส้นความยาว 2 นิ้วเหมือนเดิม ตัดปลายผมให้เหมือนพู่กัน โดยวางตำแหน่งกรรไกรลึกเข้าไป  การเอียงกรรไกร 45 องศาแล้ววางกรรไกรไป 2 นิ้ว เราก็จะได้ในลักษณะร่องเข้าไป วิธีการนี้ต้องการให้ผมเหมือนปลายพู่กัน ประโยชน์ก็คือจะช่วยลดความหนาบริเวณส่วนปลาย

 
3. ชาคกี้

วิธีการตัด

การตัดลักษณะนี้จะเป็นการเจาะผมบริเวณส่วนด้านหน้า ถึงบริเวณส่วนกลางของผม ห่างจากกรอบผมที่เราสร้างไว้ประมาณ 3 นิ้ว โดยวางกรรไกรให้ขนานกับเส้นผม ให้กรรไกรกับเส้นผมอยู่ในแนวเดียวกัน ช่วงจังหวะที่ทิ้งกรรไกรลงไปให้หุบกรรไกรเหลือประมาณครึ่งนิ้ว โดยใช้น้ำหนักของการทิ้งกรรไกรลงมาให้ขนานกับเส้นผม พยายามอย่าปิดปากกรรไกร เพราะจะทำให้ผมขาด

ผลที่ได้จากการตัด

การตัดซอยในลักษณะนี้จะเป็นการช่วยลดความหนาของผมบริเวณส่วนกลาง ทำให้ผมดูพลิ้วเป็นธรรมชาติ

บรรยายภาพ

วิธีนี้เป็นการเจาะผมบริเวณที่อยู่ด้านหน้า หลังจากสร้างกรอบแล้ว ให้ดึงผมห่างจากปลาย 3 นิ้ว เจาะเข้าไปบริเวณนั้น และให้กรรไกรขนานกับเส้นผม แล้วเจาะลึกลงไปเลย เป็นการลดปริมาณผมบริเวณส่วนกลาง แนวของกรรไกรจะอยู่ขนานกับเส้นผม อ้าปากกรรไกรไว้ 1 นิ้ว ขยับลงมา ½ นิ้ว แล้วตัดลงมาเจาะขนานกับผมไว้

ข้อความระวัง
คือ อย่าอ้าปากกรรไกรเด็ดขาดประโยชน์ที่ได้จากทรงนี้คือจะช่วยลดความหนาบริเวณส่วนด้านหน้า

 
4. สไลดัทติ้ง

วิธีการตัด

การตัดในลักษณะนี้จะใช้สำหรับการตัดบริเวณกรอบหน้าของผมที่ต้องการสร้างกรอบดวิธีการตัดโดยการดึงโน้มผมมาอีกด้านหนึ่งของหัวคิ้ว จากนั้นใช้โคนกรรไกรวางลงแล้วขยับลักษณะเหมือนการเลื่อยผมวางกรรไกรแล้วตัดลงประมาณ 2 นิ้ว โดยการตัดไล่ระดับลงมา

ผลที่ได้จากการตัด

ผมที่ตัดในแบบนี้ ปลายผมที่ได้จะมีลักษณะเหมือนใบเลื่อย ซึ่งเป็นการตัดเพื่อสร้างกรอบผมบริเวณด้านหน้านั่นเอง

บรรยายภาพ

วิธีนี้เหมาะที่จะใช้กับผมบริเวณกรอบหน้า ที่ต้องการสร้างให้เป็นรูปตัว T โดยการโน้มผมใช้กรรไกรตัดให้เหมือนกับการเลื่อยผมด้วยการขยับ แต่จะไม่ให้ผมขาดทีเดียว ตัดมา 2 นิ้ว แล้วขยับปิดปากกรรไกร ปลายกรรไกรจะเหมือนใบเลื่อย ประโยชน์ของการใช้วิธีนี้ คือใช้ตัดกรอบด้านหน้าให้เป็นรูปตัว C คือโค้งเข้าใบหน้าไม่ชี้อก

 
5. แบ็คสไลด์

วิธีการตัด

การตัดแบบนี้จะมีลักษณะเหมือนการยีผม โดยการกดกรรไกรขึ้นลง ให้ระยะขึ้นลงของกรรไกรประมาณ 3 นิ้ว เป็นการเหลาบริเวณปลายผม ใช้ลักษณะคว่ำมือ ศอกแขนขนานพื้น

ผลที่ได้จากการตัด

เพื่อต้องการให้ลักษณะของปลายผมมีความพลิ้วไหว

บรรยายภาพ

ลักษณะการตัดจะเป็นรูปแบบของการยีผม  โดยต้องการให้ปลายผมสั้นๆ ยาวๆ พลิ้วไหวโดยการเหลาบริเวณปลายผม โดยทำการชักกรรไกรขึ้นลงแล้วบีบกรรไกรประมาณ 2 นิ้ว ประโยชน์ของการตัดวิธีนี้ คือ ปลายผมจะพลิ้วไหวมีทั้งสั้นทั้งยาว

 
6. พอยท์คัทติ้ง

วิธีการตัด

เป็นการตัดผมโดยใช้กรรไกรฟันปลา ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เพื่อลดความหนาจากบริเวณส่วนกลางจนถึงปลายผม มีลักษณะการตัด โดยการวางกรรไกรให้เอียง 45 องศา แล้ววางเฉียงลงไปประมาณ 2 นิ้ว

ผลที่ได้จากการตัด

จะทำให้ผมที่ตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วดูมีความกลมกลืนเป็นธรรมชาติ

บรรยายภาพ

โดยวีการตัดจะเน้นที่การใช้กรรไกรฟันปลา โดยวางฟันปลาที่ 45 องศา ตัดลงไปลึกๆ ผลที่ได้คือจะลดความหนา ในส่วนโคนถึงปลาย ข้อแตกต่างกับการตัดแบบตรงๆและแบบ 45 องสา คือ การตัดตรงนั้นจะเกิดขอบ แต่การตัด 45 องศาผมจะไม่เกิดขั้นขอบ จะทิ้งลงตามมือสวยมาก

 
7. เอฟเฟคคัท

วิธีการตัด

ข้นตอนของการตัดลักษณะนี้จะเริ่มด้วยการยกผมขึ้นสูง แล้วใช้กรรไกรธรรมดาตัด ลักษณะการตัดจะคล้ายกับการตัดแบ็คสไลด์ โดยการใช้โคนกรรไกรกดลงไปข้างๆเหมือนการยีผม ช่วงจังหวะของการทิ้งกรรไกรลงมาให้ปิดปากกรรไกรประมาณ 2 นิ้ว ใช้ลักษณะหงายมือ ยกศอกตั้งสูง

ผลที่ได้จากการตัด

ผมที่ตัดออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปลายผมจะพลิ้วไหวเป็นธรรมชาติ

บรรยายภาพ

วิธีนี้จะตัดคล้ายแบบที่ 5 แบ็คสไลด์แต่มือจะต่างกัน โดยเปลี่ยนมายืนด้านข้าง ยกผมขึ้นแล้วใช้โคนกรรไกร (ทิ้งลงมาปิดปากกรรไกร 2 นิ้ว) ตัดลงเช่นกัน  ประโยชน์ที่ได้จะได้ปลายผมที่พลิ้วมีสั้นมียาวเหมือนกันแต่ข้อดีกว่าแบ็คสไลด์ตรงที่สามารถทำงานในมุมที่จำกัดได้

 
8.โลลิ่งคัท

วิธีการตัด

การตัดผมในแบบนี้จะเป็นการตัดผมจากบนลงล่าง จากสั้นไปหายาว เป็นการตัดผมให้เหมาะสมหรือเข้ากับรูปศีรษะของแต่ละคน

ผลที่ได้จากการตัด

ประโยชน์ของการตัดผมแบบโลลิ่งคัทนี้จะช่วยทำให้ปลายผมสะบัด เทคนิคที่สำคัญของการตัดผมลักษณะนี้อยู่ที่การเลือกขนาดของกรรไกรด้วย คือผมสั้น ผมยาว จะใช้กรรไกรเบอร์ต่างกัน

บรรยายภาพ

วิธีนี้จะตัจากบนลงล่าง และตัดจากสั้นไปหายาว โดยใช้ปลายกรรไกรตวัดแล้วลากนิ้วลงมา ท่านี้ค่อนข้างยาก แต่จะใช้วิธีการตัดตามโครงสร้างของศีรษะ นิ้วจะไปยู่กับที่จะตัดตามโครงสร้างของกรรไกร ทรงนี้จะเหมาะสำหรับคนชอบให้ปลายผมชี้ออก (ในการเซ็ทผม)

สนใจเรียนเทคนิคกรรไกรเต็มรูปแบบ ระดับมืออาชีพ ติดต่อ อ.แมกซ์ ยูเทิร์น โทร.081-4203415


 







dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot

dot
สมาชิกที่ Login อยู่
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 51 คน
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot


ahead magazine องค์ความรู้สำหรับประชาชนทุกระดับ ช่างเสริมสวย ร้านเสริมสวย
โรงเรียนเสริมสวย คุณโจ แอนด์ แซคส์
โรงเรียนเสริมสวยสถาพร แมกซ์ ยูเทิร์น
ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมัน หัวล้าน ผมผิดปกติ แก้ได้ด้วย BSC hair tonic
สุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวหน้าและ เส้นผม
โรงเรียนสอนตัดซอยทรงผมปฏิวัติ สอนทำผม สอนตัดผม เรียนทำผม เสริมสวย


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ดูทีวีออนไลน์