ReadyPlanet.com
dot dot
การ ตัดผม ด้วย ปัตตาเลี่ยน

หลักการ ตัดผม ด้วย ปัตตาเลี่ยน


การตัดผม นักเรียนชาย ก็คือ ทรงทหาร

ผมนักเรียน ประเทศไทยเนี่ยแหละ แล้วก็เป็นปัญหากับเด็กหลายๆ คนที่จะไม่ชอบและก็ไม่อยาก ตัดผมทรงนักเรียน เพราะมันเกรียนโกร๋น ไปซะหมด

สมัยที่เขาจ้างไปสอนที่วิทยาลัยแม่ชีที่ปักธงชัย มีแต่คนอยากจะ ตัดผม นักเรียนชาย กัน ผมนักเรียนหญิง นะเหรอ ยังไงแม่คนก็ผ่านมือกันมาแล้วทั้งนั้น

ปัตตาเลี่ยน มันไม่เหมือนกรรไกร เวลาเปิดเครื่องมันก็สั่นๆ เป็นเครื่องจักรเครื่องกล

เวลาไถศีรษะ มันจะกินผมทีละมากๆ มากกว่ากรรไกรทำให้เห็นหนังหัวกันเลยทีเดียว

เดี๋ยวนี้ ปัตตาเลี่ยน แทบทุกยี่ห้อเขาจะมี ตัวรองปัตตาเลี่ยน ช่วยให้ตัดผมได้ง่ายขึ้น

    

ตอนแรกเราใส่ตัวรองตัดเบอร์หนึ่งไปก่อน ส่วนมากเขาจะทำมาหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร แล้วก็ไถไป ด้านข้างจะไถเลยมุมจอนขึ้นถึง ขมับ ด้านหลังจะไถขึ้นไปถึงขวัญ ถ้าไถขึ้นไปตรงๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน บริเวณขวัญถ้าใช้เบอร์หนึ่งก็จะพอดี แต่อันนี้เราเอามาหัดตัดก่อน เพื่อให้ชินมือ ก็คือหัวเดียวแต่ตัดได้สองทรงเลย ไถไปจะได้เลิกกลัว

พอไถไปหมดสามด้านแล้ว ด้านบนนี่สิปัญหาจะเอาไงดีใช่ป่าว เราก็เอาตัวรองเบอร์สองฮะ ไถเฉพาะช่วงบนจากแนวหลังใบหูไปถึงขวัญ ต้องไถย้อนผมเข้าไป อย่าล้ำไปด้านหน้ามากเกินไป คือหัดตัดอะ ตัดแบบนี้จะง่าย หรือใช้ตัวรองเบอร์หนึ่งตลอดก็ได้ แล้วเราก็เอาหวีใหญ่ตักผมเพื่อฝึกตัด ไม่ต้องกลัวพลาด ไม่ต้องกลัวตกหวี ตัดไปยังไงก็ไม่พลาด ตรงขวัญถึงแนวหลังใบหูจะได้ตัดได้สองวิธี อันนี้ฝึกตัดอะนะ

ถ้ามั่นใจแล้วเราก็ใช้หวีตักผมและใส่ตัวรองไว้ ตัดไปจนถึงด้านหน้าได้ แต่ต้องยกหวีเพื่อให้เกิดความยาวของผมด้านหน้า ผมด้านหน้าแต่ละโรงเรียนก็เข้มงวดไม่เหมือนกัน บางโรงเรียนก็ให้ไว้ได้ถึงสี่เซ็นต์ บางโรงเรียนก็ตัดซะสั้นกุด ยาวแค่เซ็นต์กว่า

ถ้าพูดถึงเรื่องความยาวจากขวัญไปถึงด้านหน้า ก็จะไล่จาก หนึ่งมิลถึงสามมิลไป ด้านบนกระหม่อมจะยาวประมาณหกมิลหรือใช้ตัวรองเบอร์สองจะยาวพอดี ส่วนยาวเลยไปด้านหน้าก็จะเป็นเบอร์สามเบอร์สี่ไปก็ค่อยๆ ช้อนไป แต่ไม่ควรเอาตัวรองเบอร์สี่ตัดจากหน้าสุดเข้ามาซะทีเดียวเลย มันจะสั้นเกินไปหน่อย ถ้าจะใช้เบอร์สี่ก็ต้องเว้นระยะเข้ามาสักนิด ประมาณว่าเลยตีนผมด้านหน้าเข้ามาหน่อยหนึ่งก็ใช้ได้เหมืนกัน ตัดทีเดียวดูเป็นมืออาชีพได้เลย แต่ก็ต้องระวังในบางกรณีคือคนที่ตีนผมลงมาต่ำมากๆ เวลาตัดก็ต้องระวังนิดนึง

คงไม่งงนะ

ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าด้านบนนั้นตัดไม่ยาก ด้านหน้าสุดก็เอากรรไกรฟันไปฉับๆ ไม่ควรตัดตรงเกินไป ตัดมาซะแบบนี้ก็ไม่ยากแล้ว แต่ยังไม่เสร็จเพราะด้านล่างที่เราไถไปสามด้านยังยาวอยู่ แต่ถ้าไม่ไถขาวก็จะเป็นทรงนักเรียนแบบรองหวี อันนี้เด็กเกเรชอบมาก แล้วก็ตัดง่ายดีด้วย

ถ้าจะไถขาวสามด้านปัญหาคือจะไปสิ้นสุดตรงไหน ถ้าเรามองดูจากด้านข้าง ก็จะเห็นเป็นเส้นตรงจากขมับวิ่งไปถึงแนวขวัญด้านหลัง เวลาตัดก็จับหัวเด็กหันเข้ากระจกจะเห็นแนวผมว่าเราตัดใช้ได้ป่าว

ผมนักเรียนมันจะยากตรงไล่นวล เก็บนวลจากยากสำหรับมือใหม่ ถ้าเรียนในโรงเรียนเราไถไปแล้วก็จะเอาหวีเล็กมาไล้ๆ ครูเขาจะไม่ให้เราใช้ตัวรอง จริงๆ ก็วางหวีไปตรงบริเวณที่จะตัดแล้วก็เอาปัตตาเลี่ยนถูๆๆๆ ถ้าตัดไม่มีกระจกจะตัดยาก เราใช้กระจกส่องจากระยะไกลจะเห็นเงาผมว่านวลดีแล้วยัง

หรือบางทีผมก็วางปัตตาเลี่ยนนอนๆ แล้วไถขาวให้เป็นแนว แต่แนวผมจะไล่นวลยากไปนิด เพราะจะเห็นเป็นขอบอยู่หน่อยๆ ตรงนวลบางครั้งเราไม่พิถีพิถันมาก ก็ใช้ปัตตาเลี่ยนวางเอียงๆ ถูๆ ไปก็พอได้เหมือนกัน แล้วเราก็ไปเล็งจากด้านหลังว่ามีมุมไหนโผล่ออกมาบ้างป่าว บางครั้งถ้าเราตัดเองพวกมือใหม่ เราก็เอาเบอร์หนึ่งใช้ตรงมุมๆ ของปัตตาเลี่ยนถูๆๆๆ ก็พอใช้ได้เหมือนกัน

หรือจะเก็บนวลด้วยปัตตาเลี่ยนอีกแบบหนึ่งก็ได้คือ เราใช้ปัตตาเลี่ยนที่ยังไม่ได้ลับบางก็ได้ แล้วก็เป็นปัตตาเลี่ยนที่ปรับฟันได้ ให้ถอยฟันเข้าไปให้หนาที่สุด จะได้ความหนาประมาณ2-3 มิล ก็จะใช้ฝนๆ แถวๆ นวลก็จะเก็บนวลแบบปลอดภัยได้เหมือนกัน ขนาดทำเป็นอาชีพแล้ว เวลาที่เรารีบๆ ก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน คือจะเก็บนวลด้วยปัตตาเลี่ยนฟันหนา ก็จะเก็บนวลได้เร็ว รวมถึงบริเวณขวัญบางคนก็หัวบุบๆ บี้ๆ เป็นหลุมเป็นร่อง จะเก็บนวลลำบาก ก็จะเอาเนี่ยแหละถูๆ ไป

ถ้าเราเก่งๆ แล้วบางครั้งก็แทบไม่ต้องเอาหวีเล็กมาเก็บนวลรอบๆ สามารถเอาปัตตาเลี่ยนเปล่าๆ ไถกะน้ำหนักมือดีๆ ก็จะเป็นนวลได้เลย แล้วด้านบนก็เอาหวีใหญ่เก็บไปก็เสร็จแล้ว ถ้าตัดเซียนๆ แล้ว ใช้แค่หวีใหญ่อย่างเดียวก็เสร็จแล้ว ตัดเร็วๆ ก็ไม่เกินสิบนาทีเสร็จ เต็มที่ก็แค่สิบห้านาทีเท่านั้น

สุดท้ายก่อนจะจบงานเรามาเล็งในกระจก ว่าตีนผมสองด้านที่ตัดไปนั้นเท่ากันหรือปล่าว ดูในกระจกจะเห็น รูปตัวอย่างก็จะเห็นว่าผมสองด้านนวลข้างขวาจะต่ำกว่าหน่อยนึง เห็นป่าว


แถมเรื่องตัดสกินเฮดบ้าง ส่วนมากเราจะใช้เบอร์สองที่หนาหกมิลเป็นตัวรองตัดทั้งหัว แล้วก็ค่อยเก็บขอบอีกนิดนึงหรือเอาเบอร์หนึ่งมาถูๆ ไปรอบๆ บางรายก็เอาปัตตาเลี่ยนจิกไปตรงตีนผมท้ายทอย บางรายก็ไล่นวลท้ายทอย

ส่วนวิธีทำลายเส้น

ก็มีวิธีง่ายๆ คือให้เอาไขควงปรับปัตตาเลี่ยนให้ฟันเลื่อนไปจนชิดด้านหน้าแต่ไม่ต้องชิดมาก อันตราย ซึ่งปกติเขาจะเว้นระยะประมาณสองมิล แต่อันนี้ให้เลื่อนไปจนชิด พอได้แล้วก็คว่ำแล้วจิกเข้าไป ก็จะได้ลายเส้นที่ขาวสวยในทีเดียวเลย ไม่ต้องเอามีดโกนมาแกะอีก ถ้าเราปรับฟันชิดเกิน ก็จะมีรอยแดงๆ บ้าง แบบถากๆ แสบๆ เวลาวางต้องระวังอย่าให้เอียงไปเอียงมา ไม่งั้นรอยมันจะกว้างเกินไป เราใช้แต่มุมๆ ถากเอา

ข้อมูล : by bobo 


ความยาว และเบอร์ของหวีรอง ปัตตาเลี่ยน

เกริ่นนำสักหน่อยนึงนะครับ

ผมเคยคุยกับเพื่อนๆ ในพันธ์ทิพย์ และเว็บบอร์ดต่างๆ ในเรื่องของการตัดผม ก็มีหลายคนอยากทราบความยาวและเบอร์ของหวีรองที่ใช้ตัดทรงสกินเฮดกันนะครับ ผมก็เลยรวบรวมให้เป็นข้อมูลกันครับ

สำหรับร้านตัดผมในเมืองไทยส่วนใหญ่มีกันแค่ 1-4 หรือไม่ก็ 1-5 เท่าที่ผมสอบถามจากเพื่อนๆ มานะครับ จะมีที่สยาม กับหน้ารามฯ มั้งที่มีถึงเบอร์ 5

ผมเองชอบติดตามของเมืองนอกครับ เลยหามาสะสมไว้ ตอนนี้มีหวีรองตั้งแต่ เบอร์ 1-12 แล้วครับ ภูมิใจมากที่ผมมี ผมคิดว่าในเมืองไทย น่าจะมีร้านของผมน่ะที่มีในขณะนี้ เพราะผมเคยถามร้านขายอุปกรณ์ตัดผม เขาดันบอกว่า เกินเบอร์ 4 ขึ้นไปไม่มีหรอก ไม่สั่งเข้ามาขาย ผมก็เลยคิดว่า ทำไมเราถึงไม่ใช้มาตรฐานเหมือนเมืองนอกเขามั่ง ผมอ่านเว็บ ส่วนใหญ่เขาว่าร้านตัดผมชาย ไม่พัฒนา มีแต่เดิมๆ ผมก็เลยจะสร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมาให้ได้ครับ

ผมสั่งซื้อ หวีรอง เบอร์ 1-8 มาจาก ebay.com ผู้ขายอยู่ที่ USA ได้มาเมื่อปี พ.ศ. 2546 ครับ
ล่าสุดสั่งซื้อ หวีรองเบอร์ 10 และ 12 มาจาก ebay.com ผู้ขายอยู่ที่ Australia ครับ เพิ่งได้มาเมื่อ 25 ก.ค. 2550  นี้ครับ ภูมิใจมากเลย ฮ่าๆ

ต่อไปคือความรู้เกี่ยวกับความยาวของหวีรองตัดผมนะครับ                    

สำหรับผู้ที่ชอบตัดผมทรงสกินเฮด คุณทราบไหมครับว่าอันที่จริงแล้ว คุณสามารถตัดได้ ตั้งแต่ เบอร์ 0-12 นะครับ เพื่อที่จะได้เลือกความสั้นยาว ตามใจชอบ

ความยาวของผมที่ถูกตัดแล้วจะเป็นดังนี้ครับ

เบอร์ 0 คือ ไถไปเลยไงครับ ไม่ต้องรองกันเลย จะได้ความยาวที่ 1/100 นิ้ว หรือ 0.25 ม.ม.
เบอร์ 1 คือ 1/8 นิ้ว หรือ 3 ม.ม.
เบอร์ 2 คือ 1/4 นิ้ว หรือ 6 ม.ม.
เบอร์ 3 คือ 3/8 นิ้ว หรือ 10 ม.ม.
เบอร์ 4 คือ 1/2 นิ้ว หรือ 13 ม.ม.
เบอร์ 5 คือ 5/8 นิ้ว หรือ 16 ม.ม.
เบอร์ 6 คือ 3/4 นิ้ว หรือ 19 ม.ม.
เบอร์ 7 คือ 7/8 นิ้ว หรือ 22 ม.ม.
เบอร์ 8 คือ 1 นิ้ว หรือ 25 ม.ม.
เบอร์ 10 คือ 1+1/4 นิ้ว หรือ 32 ม.ม.
เบอร์ 12 คือ 1+1/2 นิ้ว หรือ 38 ม.ม.

ผมก็ไม่ทราบครับว่าทำไมเบอร์ 9 กับ เบอร์ 11 เขาถึงไม่ผลิตออกมาขายนะครับ มีเท่านี้แหละครับ ถ้าเพื่อน ๆ สนใจอยากลองตัดดู มาลองกันได้ครับที่ร้านผม Intrend & Idol นะครับ ตอนนี้สะสมของไว้ เลยเอามาเปิดร้านตัดผมให้เพื่อนได้ลองกันดีกว่าครับ

รูปภาพประกอบครับ


หวีรอง เบอร์ 10                                                                    หวีรองเบอร์ 12

 

ข้อมูลจาก...

Barber Shop ร้านตัดผมชาย ร้านบาร์เบอร์ Intrend & Idol barber shop 
http://www.oknation.net/blog/barbershop


การตัด การซอย การสไลด์ผม นั้นต่างกันอย่างไร

ต้องขอประทานโทษสำหรับทุกท่านที่เข้ามาชมนะครับ ถ้าเซ็งๆ ก็ ไปดูรูปแบบผม ก็ได้นะครับ จะทยอยคัดใส่ไปนะครับ พอดีสะสมมานานไฟล์ก็หลาย gigabyte ใส่ไปไม่หมดแน่เลย พอดีเริ่มมีเวลาก็จะเริ่มเขียนแล้วครับผม  เรื่องที่จะเริ่มเรื่องแรกคือ การตัด การซอย การสไลด์ ต่างกันอย่างไร นะครับ ผมพบว่าหลายๆ คน เข้าใจไม่ถูกน่ะครับ ติดตามต่อนะครับ

1. การตัด คือการทำผมให้หลุดออก หรือทำให้สั้นในความยาวที่ทำหนด จำนวนทั้งหมดในช่อผมที่ได้หยิบขึ้นมาจัดการนั่นเอง มีรูปประกอบ


2. การซอย คือการทำให้ผมบางลง โดยการตัดคล้ายๆ กับสลับหว่าง เช่น อาจจะตัดออก 10 เส้น แล้วเว้นไว้ไม่ตัด 10 เส้น เป็นต้น ผลที่ได้ความยาวเท่าเดิม แต่จะได้ความบางลง เพราะมีผมถูกตัดออกไป แบบช่วงเว้นช่วง ตามภาพประกอบ


3. การสไลด์ คือการเหลาเส้นผม ที่เป็นช่อๆ เหมือนกับเหลาดินสอน่ะครับ ผลที่ได้คือความยาวอาจเท่าเดิม หรือสั้นลง อยู่ที่เรากำหนดนะครับ แต่จะทำให้ปลายผมดูบางลง มีชีวิตชีวามากขึ้น คือปลายจะแหลมๆ พริ้วๆ นะครับ มีภาพประกอบ

 

                     ส่วนอุปกรณ์นั้นไม่จำเป็นเสมอไป ต้องใช้กรรไกร อาจจะใช้อะไรก็ได้ที่เราถนัด หรือจะทำเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่ เช่น กระเบื้อง ขวดแตก เคียว ไฟ อย่างที่ช่างหลายคนมีเอกลักษณ์น่ะ เราอาจคิดอุปกรณ์ใหม่ขึ้นมาก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องมีความคม ไม่เช่นนั้นผมจะโดนถากเป็นขุย และแตกปลายเสียเปล่าๆ อุปกรณ์ทั่วไปได้แก่ กรรไกร กรรไกรซอย (ฟันปลา) มีดโกน หวีแบบมีใบมีดโกน เป็นต้น

                  สำหรับตัวผมนั้นเอง ผมเป็นช่างตัดผมชายครับ ผมชอบที่จะตัดผมเพื่อให้ลูกค้าเขายิ้มประทับใจได้ มีความสุขกับการตัดผม  ไม่เร่งรีบทำด้วยความใส่ใจ ปราณีตและละเอียดรอบคอบ ผมว่าตัวผมเองก็มีความสุขดีที่ได้ทำให้ลูกค้าได้ดูดีและหล่อขึ้นนะ
 

ข้อมูลจาก...

Barber Shop ร้านตัดผมชาย ร้านบาร์เบอร์ Intrend & Idol barber shop 
http://www.oknation.net/blog/barbershop


ตัดผมอย่างไรให้เข้ากับใบหน้า

เกริ่นนำ

มีหลายท่านเมลล์มาถามกันว่าตัดผมอย่างไรถึงจะเหมาะสมกับใบหน้าของเรา ผมพอมีเวลาอยู่นิดหน่อยหลังจากส่งวิทยานิพน์ไปได้ 1 บท ก็คันมืออยากหาเรื่องราวมาเขียนให้ความรู้กันอีก เลยรวบรวมมาไว้ให้ดังนี้ครับ


โครงหน้าหน้ารูปไข่

    โครงหน้ารูปไข่แบบนี้ โดยทั่วไปแล้วเป็นโครงหน้าที่ดีมาก ทุกๆ ทรงผม หรือแบบผม สามารถทำให้เข้ากันกับโครงหน้าได้เป็นอย่างดี ลองพยายามเปลี่ยนหลายๆ ทรงดู คุณจะได้พบกับความหลากหลายในชีวิต สะดวกง่ายต่อการจัดทรง ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรให้มากมาย
  สำหรับตัวอย่างหน้ารูปไข่ ให้นึกถึง Matthew Fox ซึ่งมีลักษณะหน้ารูปไข่แบบคลาสสิก หน้าลักษณะแบบนี้สามารถทำผมได้ทรงแบบ


โครงหน้ากลม

การทำทรงผมให้เข้ากับใบหน้า คือต้องทำให้หน้าดูเรียวและบางลง ผมที่สั้นมากเกินไปจะทำให้ใบหน้าดูกลมใหญ่ท้วมเต็มที่ การทำให้ผมเป็นลอนจะช่วยทำให้เวลามองดูแล้วเล็กลงมาได้บ้าง การไว้เคราจะช่วยให้ใบหน้าดูคล้ายโครงหน้ารูปไข่ได้
   ตัวอย่างโครงหน้ากลม ได้แก่ James Gandolfini การใส่แว่นที่เป็นเหลี่ยมๆ หรือมีลักษณะเป็นมุมๆ จะช่วยให้ดูสมดุลย์ดีขี้น

โครงหน้ารูปสามเหลี่ยม


   ปัญหาของโครงหน้าแบบนี้คือ ด้านบนจะมีลักษณะกว้าง แต่ส่วนกระดูกช่วงแก้มลงมานั้นจนถึงคางจะค่อนข้างแคบ  การไว้ผมสั้นเกรียนตั้งแต่ด้านบนจนถึงขมับ และผมยาวหรือพองในด้านหลัง และการการไว้เคราจะช่วยเติมเต็มโครงสร้างของหน้าในส่วนที่แคบตรงขากรรไกรนั้น ดูดีขึ้นได้ 
  ตัวอย่างโครงหน้าแบบสามเหลี่ยมเช่น Justin Timberlake ซึ่งมีขอบโครงหน้าค่อนข้างเป็นสามเหลี่ยม เพราะกระดูกแก้มค่อนข้างกว้าง และหน้าผากก็กว้างกว่าคาง ทางที่ดีคือต้องตัดผมให้สั้นมากๆ และการไว้เคราบริเวณแนวโครงขากรรไกร ก็สามารถที่จะช่วยให้ดูดีขึ้นได้เป็นอย่างดี


โครงหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม

 ลักษณะโครงหน้า รวมถึงส่วนหน้าผากจะมีส่วนลักษณะเป็นเหลื่ยมเป็นมุมสักเล็กน้อย ใช้วิธีไว้ผมแบบปัดลงมาข้างหน้าให้ผมมีลักษณะเป็นลอน ไว้ปิดถึงช่วงขมับจะช่วยทำให้ดูกลมกลืน วิธีนี้จะช่วยให้หน้าผากที่ดูเป็นเหลี่ยมดูผสมผสานกันได้ดี โครงหน้าลักษณะนี้หน้าผากค่อนข้างเป็นเหลี่ยมมุมสักเล็กน้อยและมีขากรรไกรดูลักษณะค่อนข้างโก่ง ถ้าไว้เคราให้ยาวเล็กน้อยก็จะช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้
 สำหรับตัวอย่างของโครงหน้าแบบสี่เหลี่ยม ให้ลองนึกถึง Nick Lachey แบบผมที่เหมาะกับโครงหน้านี้คือแบบผมที่ทำให้ดูเป็นแนวตั้งขึ้นสูง จะทำให้ดูส่วนที่เป็นเหลี่ยมนั้นดูหมดไป อย่างเช่น flattop (คือทรงนักเรียน,อเมริกัน หรือรองหวี ที่ด้านข้างสั้น แต่ด้านบนผมจะไว้แบบตั้งๆ) หรือ faux-hawk (เป็นที่นิยมมาก คือผมจะสามารถไว้สั้นหรือยาวก็ได้จะซอยและสไลด์เป็นรากไทรก็ได้ ตามความต้องการ แต่เน้นที่ด้านบนผมจะเป็นทรงนี้ได้คือ การจัดทรงโกยผมด้านข้างซ้ายและขวามารวมกันไว้ตรงกลางให้ตั้งๆ เป็นแนวนั่นเอง) ดูจะเหมาะสมมาก


โครงหน้าแบบลูกแพร์


 โครงหน้าแบบนี้ด้านบนจะดูแคบและด้านล่างของใบหน้าจะดูกว้าง การจัดวอลลุ่มของผมต้องเน้นให้ดูสมดุลย์กันระหว่างขมับ ตลอดจนการไว้ผมจนถึงแนวขากรรไกร ถ้าเกิดไว้เคราขึ้นยาว ควรจะเล็มให้สั้น จะทำให้โครงหน้าดูเรียวขึ้นได้บ้าง


โครงหน้ารูปวงรี และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

 เป็นโครงหน้าที่ค่อนข้างยาว และจะเป็นต้องไว้ทรงผมให้แลดูโครงหน้าสั้นลง ต้องปกปิดส่วนเหลี่ยมมุม และแนวเส้นผม การไว้ผมหวีปัดลงข้างหน้าสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ การตัดผมสไตล์ layered cut(ใช้วิธีการซอยผมแบบสไลด์ผม สามารถไว้แบบสั้นหรือยาวก็ได้)นั้นจะดีที่สุด การไว้หนวดสามารถช่วยให้ใบหน้าที่ยาวนั้นดูสั้นลงมาได้
 สำหรับตัวอย่างโครงหน้าลักษณะยาวให้ลองนึกถึง Eminem การสไลด์ผม layered cut จะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะผมจะไม่เป็นแนวเดียวกันจนเกินไปมีปลายเรียวและพริ้ว การใส่แว่นตาก็ช่วยให้ดูสมดุลย์กันขึ้นมาได้เช่นกัน


โครงหน้าแบบรูปข้าวหลามตัด หรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน

 จุดมุ่งหมายคือการเติมเต็มใบหน้าช่วงช่วงขมับและและช่วงคาง ต้องใช้ผมช่วยปิดบังให้ดูโครงหน้ากว้างและลึกขึ้น การไว้ผมปัดลงหน้าหน้า (bangs) จะช่วยให้หน้าผากดูกว้างขึ้นได้  และตัดผมด้านหลังให้ดูพอง หรือกันขอบผมด้านหลังให้เป็นลักษณะสี่เหลี่ยม หรือจะไว้เครารอบๆ ใบหน้าก็จะช่วยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
 สำหรับตัวอย่างโครงหน้าแบบนี้ได้แก่ Patrick Dempsey
 
Barber Shop ร้านตัดผมชาย ร้านบาร์เบอร์ Intrend & Idol barber shop 
http://www.oknation.net/blog/barbershop


ดูเทคนิคการตัดผมด้วย ปัตตาเลี่ยน ใน Youtube

 







dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot

dot
สมาชิกที่ Login อยู่
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 9 คน
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot


โรงเรียนเสริมสวย เกศยา แฮร์เวิลด์ โดยอาจารย์ นิสารัตน์ ชื่นจิตต์
โรงเรียนเสริมสวยสถาพร แมกซ์ ยูเทิร์น,สอนทำผม,สอนตัดผม,เรียนเสริมสวย
โรงเรียนเสริมสวย คุณโจ แอนด์ แซคส์
โรงเรียนเสริมสวยสถาพร แมกซ์ ยูเทิร์น
ahead magazine องค์ความรู้สำหรับประชาชนทุกระดับ ช่างเสริมสวย ร้านเสริมสวย


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Elite เพื่อผมเงางาม นุ่มสลวย ตรงนาน
ดูทีวีออนไลน์