ReadyPlanet.com
dot dot
ixon เจ้าแห่งเทคโนโลยี่ , เสริมสวย , ทำผม , อุปกรณ์เสริมสวย , nigao , นิกาโอะ . นิคาโอะ
วิชาการตกแต่ง – เล็บ

วิชาการแต่งเล็บ ทำเล็บ ต่อเล็บ เพนท์เล็บ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ เล็บ
 

 
เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะของเล็บ โครงสร้างเล็บ

1. ลักษณะของเล็บ

เล็บคือ ส่วนหนึ่งของผิวหนัง มีลักษณะเป็นแผ่นเกล็ดใส มีหน้าที่คุ้มกัลป์ปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า ซึ่งเป็นที่รวมของศูนย์ประสาท เช่นเดียวกับผิวหนังและเส้นผม อาการที่แสดงออกของเล็บย่อมบ่งบอกถึงสุขภาพของผู้เป็นเจ้าของเล็บ เล็บที่ปกติสมบูรณ์ต้องแข็ง ยืดหยุ่น มีสีชมพูอ่อน ๆ ผิวบนจะงามเรียบเกลี้ยงโค้ง ปราศจากจุดด่างดำ และปราศจากตำหนิใด ๆ

  โดยปกติแล้วเล็บมีลักษณะและรูปร่างที่แตกต่างกันซึ่งจะพอจะจำแนกได้เป็น 4 อย่างคือ เล็บรูปสี่เหลี่ยม เล็บรูปไข่ เล็บรูปไข่ เล็บรูปวงกลม และเล็บรูปปลายแหลม

ในการจะตัดและตกแต่งเล็บให้ได้รูปที่เหมาะสม และถูกใจผู้รับบริการที่สุดนั้น ควรถามความเห็นของเจ้าของเล็บและพิจารณารูปเล็บมือเสียก่อน สำหรับผู้ที่มีเล็บมือสั้น และอ้วนควรจะตกแต่ง

และตัดเล็บให้เป็นรูปไข่จึงจะดี ส่วนผู้ที่มีเล็บยายเรียว ควรตัดเล็บให้เป็นรูปโค้งน้อย ๆ
นักพิมพ์ดีด นักเล่นเปียโน และสตรีที่ใช้มือทำงานอยู่เสมอ ควรจะตัดเล็บสั้น ๆ เป็นรูปกลมเพื่อป้องกันไม่ให้เล็บหักและฉีก
 
เล็บมีรูปลักษณะและชื่อเรียกต่าง ๆ กัน ดังนี้

1. เม็ดต้นโอ๊ก

2. แบนราบหรือโค้งงอ

3. หลังคา

4. สี่เหลี่ยมผืนผ้า

5. แคบ

6. พัด
7. โค้งวงกลม

8. โค้งคันศร

9. กระบอก

10. มะกอก

11.  อินทะผมลัม

12. เว้าเข้า

13. จัตุรัส

14. สามเหลี่ยม


ตามปกติแล้วเล็บก็เหมือนกับเส้นผม คือสะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพทั่วไปของบุคคล เล็บของผู้ที่มีสุขภาพดีมีลักษณะเรียบ เนียน และมีสีชมพูอ่อน ๆ ผิวของเล็บควรจะเรียบโค้ง ไม่เป็นคลื่น ไม่มีจุดเป็นตำหนิ

 เล็บเป็นส่วนที่ต่อออกจากผิวหนัง เป็นแผ่นที่มีส่วนประกอบคล้ายเขาสัตว์มีหน้าที่ป้องกันปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า

 ส่วนประกอบทางเคมีที่สำคัญของเล็บคือ สารที่เรียกว่า “เคราติน” ซึ่งมีกรดอะมิโนคือเล็บนั้นเป็นสีขาว แต่เมื่ออยู่บนมือจะมองเห็นสีของผิวหนังที่อยู่ภายใต้เล็บ จึงทำให้เป็นสีชมพู

 การเจริญเติบโต เล็บจะเจริญเติบโตงอกยาวออกไปข้างหน้าเรื่อย ๆ โดยเติบโตออกจากโคนเล็บไปทางปลายเล็บเล็บของผู้ใหญ่ปกติจะเติบโตประมาณ 1/8 นิ้ว ในหนึ่งเดือนเล็บจะยาวได้เร็วในหน้าร้อนมากกว่าหน้าหนาว เล็บของเด็กจะยาวเร็วกว่าเล็บของผู้ใหญ่ เล็บมือนิ้วกลางจะยาวเร็ว ส่วนนิ้วหัวแม่มือจะยาวช้า เล็บเท้าซึ่งหนาและแข็งแรงกว่าเล็บมือจะยาวได้ช้ากว่าเล็บมือมาก

2. โครงสร้างของเล็บ

เล็บประกอบขึ้นด้วนส่วนประกอบ 3 ส่วนด้วยกันคือตัวเล็บหรือแผ่นเล็บ โคนหรือรากและปลายสุดของเล็บ

2.1 ตัวเล็บหรือแผ่นเล็บ เป็นส่วนที่มองเห็นได้ ตั้งอยู่บนพื้นเล็บหรือฐานเล็บ งอกออกจากโคนเล็บ และยาวออกไปทางปลายเล็บ

2.2 โคนหรือรากของเล็บ อยู่ที่ฐานของเล็บและอยู่ภายใต้ผิวหนัง รากของเล็บเกิดจากเนื้อเยื่อที่เจรญเติบโตขึ้นมา

2.3 ปลายสุดของเล็บ เป็นส่วนที่อยู่ปลายสุดของตัวเล็บ และปลายสุดของนิ้วมือ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการแต่งเล็บ

 ก่อนที่จะเป็นช่างแต่งเล็บ ควรมีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการแต่งเล็บ เล็บผิดปกติและวิธีการแก้ไข ซึ่งจะได้กล่าวดังต่อไปนี้


1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการแต่งเล็บ

ช่างแต่งเล็บควรเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. เล็บเปื้อนยางผลไม้หรือยางผักสกปรก ให้ใช้มะนาวถูความสกปรกออก

2. ถ้าแพ้หินขัด ใช้ครีมขัดผิวขัดแทน

3. การขัดผิว อย่างให้ผิวหนังเปียกน้ำมาก จะขัดไม่ออก

4. ก่อนแช่มือในอ่างน้ำ ควรตะใบเล็บก่อนเสมอ

5. ถ้าจะให้เล็บแข็ง ไม่หักง่าย ก่อนซักผ้าควรทาเล็บ

6. การทาเล็บไว้ตลอดเป็นเดือน จะทำให้เล็บเหลืองเพราะเล็บไม่ได้รับอากาศและแสงแดด

7. อย่าดึงหนังมาก จะทำให้ผิวหนังรอบเล็บแข็งควรใช้สำลีชุบครีมนวดนิ้วแทน

8. การไว้เล็บ การตัดให้เสมอกัน และไม่ไว้เล็บให้ยาวมาก

9. น้ำสบู่ที่แช่เล็บควรใช้น้ำอุ่น จะทำให้ความสกปรกออกง่าย

10. ควรตะไบเล็บควรดูรูปลักษณะของนิ้ว ถ้านิ้วยาวเรียวตะใบให้ปลายเล็บมน นิ้วสั้น ตะไบให้ปลายเล็บแหลมเล็กน้อย

11. การแต่งเล็บมือและเล็บเท้าพร้อมกัน ควรแต่งเล็บเท้าให้เสร็จก่อน แล้วจึงแต่งเล็บมือ

12. การเลือกทาสีเล็บควรให้เหมาะสมกับผิวและเสื้อผ้า ถ้าผิวคล้ำควรให้สีออกไปทางส้มผิวขาวใช้สีออกไปทางชมพู จะทำให้ผิวขาวและน่ารักขึ้น

13. ถ้าไปงานศพ ไม่ควรทาเล็บสีเข้ม ไม่เหมาะสม

14. ควรจำไว้ว่าเล็บที่สมบูรณ์จะสวย ไม่แตก

15. ตัดเล็บให้ตรง อย่ตัดให้โค้งมนเข้าไปด้านข้างเล็บการตัดเล็บโค้งมนจะทำให้เล็บขบ เกิดอาการเจ็บปวด การตัดเล็บขบ ตัดตรงที่เล็บขบก่อน จึงตกแต่งส่วนอื่นต่อไป

16. การตัดหนังต้องมือเบา จมูกเล็บไม่ควรตัดเข้ามาก ควรตัดเฉพาะส่วนที่ฉีกขาดออกให้เข้ารูปทรง เล็บจะไม่เปลี่ยนและไม่มีอาการอักเสบ ไม่เกิดเป็นแผลและเป็นเชื่อรา

17. ผิวหนังรอบเล็บอ่อนนุ่ม ให้ตะไบเล็บเข้าหาส่วนกลาง ตะไบเล็บเป็นรูปมนเรียว

18. การล้างยาทาเล็บเก่าออก คือการหยดน้ำยาล้างเล็บลงไปบนก้อนสำลีให้ชื้น ๆ แล้วปิดเอาไว้บนเล็บต้องการจะล้างออก เพื่อให้สีเก่าอ่อนตัวลง จะได้เช็ดออกง่ายหลังจากนั้นล้างมือบริเวณเก็บให้สะอาด เพื่อล้างน้ำยาล้างเล็บออก

19. ทาสีรองพื้นก่อน เพื่อไม่ให้สีเล็บหลุดออกง่ายทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทาสีเล็บประมาณ 2 ครั้งทุกครั้งที่ทาสีต้องแห้ง ติดทนนาน ยาทาเล็บสีสดใสใช้ทาเล็บเท้า ให้เลือกสีที่สามารถเข้ากับสีอื่น ๆได้ดี หรือสีที่ตัดกัน

20. การใช้ยาล้างเล็บบ่อย ๆ เล็บจะแข็งและแห้งแตกง่าย ควรแต่งเล็บอาทิตย์ละครั้ง

21. ทาเล็บให้ทาแต้มทั้งเล็บ จะทำให้เล็บดูกว้างควรทาเล็บให้ยาวแคบโดยเว้นส่วนขอบไว้บ้าง

22. เล็บแคบ ให้เว้นสีทาเล็บที่โคน ให้เห็นเล็บส่วนพระจันทร์ ถ้าเล็บสี่เหลี่ยมด้านเท่าให้ทากลบทับส่วนพระจันทร์

2. เล็บผิดปกติและการแก้ไข


อาชีพเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เล็บเป็นโรคหรืออักเสบผู้ทำงานชนิดที่ต้องใช้มือจุ่มในน้ำยาที่เป็นด่างบ่อย จะทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย ทั้งนี้เพราะน้ำมันธรรมชาติจะซึมออกจากผิวหนังทุกครั้งที่มือสัมผัสกับสบู่ น้ำยา หรือสารอื่น ๆ มือของช่างเสริมสวยนั้นจะต้องสัมผัสเครื่องเคมีภัณฑ์ต่าง ๆ อยู่ทุกวัน บางชนิดก็เป็นอันตราย ดังนั้น ช่างเสริมสวยควรป้องกันมือและเล็บโดยการใช้ครีมและโลชั่นที่เหมาะสม

 เล็บผิดปกติและการแก้ไข มีดังนี้


1. เล็บที่มีจุดขาว หรือที่เรียกว่าเล็บออกดอก ไม่แสดงว่าเล็บป่วย ต่ออาจเกิดจากการบาดเจ็บที่ฐานเล็บต้องระมัดระวังฐานเล็บอย่าให้ได้รับการกระทบกระเทือนเวลาใช้เครื่องมือดุนหนัง ต้องอย่าทำแรงเมื่อเล็บเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จุดขาว ๆ นี้ก็จะหายไปเอง

2. เล็บหน้า มักเกิดจากความผิดปกติของเล็บไปในทางขวางมากกว่าทางยาว อาจจะเกิดจากการอักเสบเฉพาะแห่ง ถ้าไม่มีการอักเสบก็แต่งเล็บได้ ถ้ากำลังอำกเสบควรงดการแต่งเล็บเสีย

เล็บเล็กผิดปกติ ด้านไม่มัน เล็บชนิดนี้อาจจะเล็กลงเรื่อย ๆ และในที่สุดก็จะหลุดออกไปได้ง่าย อาจเกิดจากบาดเจ็บหรือเป็นโรค การแต่งเล็บหรือตะไบเล็บชนิดนี้ให้ถือว่าเป็นเล็บชนิดเปราะหักง่าย ควรแนะนำผู้ที่มีเล็บเช่นนี้ให้พยายามป้องกันไม่ให้เล็บบาดเจ็บ และไม่ให้สัมผัสสบู่หรือผงซักฟอกเป็นเวลานาน ๆ

3. เล็บเปลือกไข่  เล็บชนิดนี้ตัวเล็กเล็บบางมาก มีสีขาวโค้งงอได้มากกว่าเล็บปกติ ตัวเล็บจะแยกออกจากปลายเล็บและตรงปลายเล็บจะงุ้ม ความผิดปกตินี้อาจเนื่องมาจากการเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือมีอาการของประสาท เวลาจะแต่งเล็บชนิดนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ถือเป็นเล็บชนิดบอบบางเปราะง่าย

4. เล็บเขียวคล้ำ เนื่องมาจากโลหิตหมุนเวียนไม่สะดวก หรือเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ เล็บซ้ำมองเห็นเป็นสีม่วงแก่ (ค่อนข้างดำหรือเป็นสีน้ำตาล) อาจเกิดขึ้นจากการได้รับบาดเจ็บ หรือการกระทบกระแทกแรง ๆ จนโลหิตออกที่ฐานของเล็บ เลือดที่แห้งจะติดอยู่กับใต้เล็บหรือติดเล็บ ซึ่งงอกออกต้องค่อย ๆ แต่งเล็บและทาเล็บปิดรอยที่ช้ำเสียขณะแต่งเล็บ ถ้าเกิดมีบาดแผลขึ้นเพราะการตัดหนัง หรือตัดเล็บ อย่าใช้ยาทาเล็บใส่เป็นอันขาด และไม่ควรใช้ที่ตัดเล็บแคะหรือกดเป็นการห้ามเลือด นอกจากนี้ควรใช้ผ้าปิดแผลเสียด้วย

5. เล็บแตก หรือเปราะหัก เกิดจากเล็บหรือนิ้วมือได้รับบาดเจ็บจากการตะไบเล็บอย่างไม่ระมัดระวัง หรือใส่น้ำยาทาหนังรอบเล็บมากเกินไป (อาการทางผิวและผมแห้งอย่างมาก ๆ กับอาการเล็บแตก แสดงถึงว่าอาจเกิดความผิดปกติจากต่อม) ใช้ตะไบทรายข้างละเอียดตะไบเล็บ ในการแต่งเล็บพยายามให้หนังรอบ ๆ ควรแนะนำผู้ที่มีเล็บเช่นนี้ ให้ใช้ครีมหรือน้ำมันทาบริเวณเล็บอยู่เสมอ และให้หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของด่างแก่ ๆ

6. เล็บเป็นคลื่น คลื่นมี 2 ชนิด คือ คลื่นตามยาวและคลื่นตามขวาง เนื่องมาจากอาหารหรือเซลล์ตรงใกล้โคนเล็บ ได้รับบาดเจ็บในการตะไบเล็บ อย่าใช้เครื่องมือดุนหนังที่เป็นโลหะ และใช้ตะไปโลหะในการแต่งเล็บชนิดนี้ พึงนึกเสมอว่าเล็บชนิดนี้เป็นเล็บเปราะ เวลาจะดุนหนังต้องใช้สำลีพันปลายเหล็กดุนหนังเสียก่อน

7. เล็บขบ เป็นได้ทั้งเล็บมือ และเล็บเท้า อาการที่เป็น คือ เล็บจะงอกหรือเจริญเติบโตเข้าไปในเนื้อ ทำให้เล็บบวมได้อย่าตะไบตรงมุมเล็บเข้าลึกจนเกินไป

8. หนังหุ้มรอบเล็บเติบโตผิดปกติ เวลาดุนหนังและติดหนังควรทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

9. เล็บอ้า เกิดจากฐานของเล็บ แต่เล็บไม่หลุด อาจเกิดจากสุขภาพไม่ดี

10. เล็บบวม เนื้อเยื่อที่เป็นส่วนประกอบขึ้นเป็นเล็บเจริญเติบโตเป็นหย่อมขาว ๆ ตรงฐานเล็บ พื้นเล็บขยายกว้างและโค้งงอขึ้น จะมีบ่อยครั้งที่ช่างพบโรคของเล็บเข้า ถ้าไม่รู้จักวิธีทำให้ถูกต้องก็จะทำให้โรคนั้นลุกลามหรือเป็นมากขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เล็บอักเสบ เช่น บวมแดงเจ็บหรือเป็นตุ่ม เป็นแผลเกิดขึ้น ช่างไม่ควรแต่งเล็บให้ ควรแนะนำไปพบแพทย์

11. เล็บถอด เกิดจากตัวเล็บได้รับบาดเจ็บ จากการกระแทกอย่างแรง ทำให้เล็บถอดออกได้

การแต่งเล็บ


 การแต่งเล็บ เป็นงานประจำของร้านเสริมสวยทุกร้าน เพราะช่างทุกคนตระหนักดีว่าเล็บมือ เล็มเท้าที่สะอาดสวยได้รูป ย่อมช่วยส่งเสริมบุคลิก และเสริมความงามให้กับผู้เป็นเจ้าของเล็บได้มากทีเดียว มีวิธีแต่งเล็บอยู่ 2 วิธี ดังนี้

1. วิธีแต่งเล็บมือ

2. วิธีแต่งเล็บเท้า

1. วิธีแต่งเล็บมือ มีวิธีการปฏิบัติดังนี้


1. การล้างเล็บ ใช้สำลีชุบยาล้างเล็บเช็ดสีเล็บเดิมออก โดยล้างเล็บจากนิ้วก้อยจนถึงนิ้วหัวแม่มือ แล้วใช้สำลีสีเช็ดไปรอบ ๆ เล็บ จากโคนมาปลายเล็บ

2. การตัดเล็บ ใช้กรรไกรตัดเล็บให้มีความยาวเท่ากันตัดที่ปลายเล็บ และด้านข้างให้เป็นไปตามรูปเล็บจะได้สวยงาม

3. การตะไบเล็บ ใช้ตะไบเหล็ก ตะไบแต่งเล็บ และใช้ตะไบทรายเพื่อให้เล็บเรียบไม่เป็นเสี้ยน

4. การแช่มือ ให้แช่มือผู้รับบริการในกะละมังใบเล็กที่ผสมน้ำอุ่นกับสบู่ เพื่อให้สิ่งสกปรกออกง่าย และหนังรอบ ๆ เล็บนุ่ม

5. การแปรงเล็บใช้แปรงแตะสบู่ แปรงเล็บ ตามความยาวเล็บและตามขาวให้สะอาด

6. การขัดผิว ใช้น้ำลูบแขนและมือพอหมาด ๆ ถูขึ้นลง เพื่อให้ความสกปรกออกหรือใช้หินขัดแทนก็ได้ เมื่อขัดผิวเสร็จแล้ว ถูสบู่ที่แขนและมือ ล้างน้ำให้สะอาด

7. การเช็ดแขนและมือใช้ผ้าขนหนูเช็ดแขน และมือให้แห้ง

8. การทาวาสลิน ใช้ตะไบเหล็กตักวาสลินทาบริเวณขอบหนังรอบเล็บ เพื่อให้หนังรอบเล็บนุ่ม

9. การเซาะดุนหนัง ใช้เหล็กดุนหนังด้านมนเซาะรอบขอบเล็บ ด้านปลายแหลมแซะใต้เล็บเอาเศษสิ่งสกปรกออก

10. การตัดหนัง ใช้กรรไกรตัดหนังตัดหนังรอบ ๆ เล็บอย่างเบา ๆ อย่ากดลึก

11. การทำความสะอาดเล็บใช้สำลีชุบยาล้างเล็บเช็ดที่เล็บและใต้เล็บ ใช้น้ำสะอาดล้างและเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง

12. การทารองพื้นเล็บ ใช้รองพื้นเล็บทาที่เล็บทุกเล็บ เริ่มจากนิ้วก้อยก่อนจนถึงนิ้วหัวแม่มือแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง

13. การทาเล็บ ใช้พู่กันจุ่มยาทาเล็บทาปลายเล็บก่อน แล้วทาจากโคนเล็บมาปลายเล็บ และทาด้านข้าง ทายา ทาเล็บ 2 ครั้ง เพื่อให้สีเล็บสวยและสีไม่บางเกินไป

14. การชักเงาเล็บ ใช้ยาชักเงาทาทับ เพื่อชักเงาเล็บให้ดูมันและทิ้งไว้ให้แห้ง

15. การทำความสะอาดเล็บที่แต่งเสร็จแล้ว ใช้สำลีพันปลายตะไบเหล็กบาง ๆ จุ่มยาล้างเล็บเช็ดทำความสะอาดใต้เล็บและข้างเล็บ เพื่อเช็ดยาทาเล็บที่เปื้อนออก

2. วิธีแต่งเล็บเท้า มีวิธีการปฏิบัติดังนี้

1. การล้างเล็บ ใช้สำลีชุบยาล้างเล็บเช็ดสีเล็บเดิมออกจากเล็บเท้า

2. การตัดเล็บ ใช้กรรไกรตัดเล็บให้มีความยาวเท่ากัน ตัดที่ปลายเล็บและด้านข้าง ให้เป็นไปตามรูปเล็บ จะได้ดูสวยงาม

3. การตะไบเล็บเท้า ใช้ตะไบเหล็กตะไบแต่เล็บและใช้ตะไบทรายแต่งอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เล็บเรียบไม่เป็นเสี้ยน

4. การแช่เท้า ให้แช่เท้าในน้ำอุ่นผสมสบู่ในกะละมังใบใหญ่ เพื่อทำความสะอาดเล็บ และทำให้หนังรอบเล็บนุ่ม

5. การแปรงเล็บใช้แปรงแตะสบู่แปรงเล็บตามความยาวเล็บและตามขวางให้สะอาด

6. การขัดผิว ใช้น้ำลูบขาและเท้าพอหมาด ๆ ถูขึ้นลง เพื่อให้ความสกปรกออก หรือใช้หินขัดแทนก็ได้ เมื่อขัดผิวเสร็จแล้ว ถูสบู่ที่ขาและเท้า ล้างน้ำให้สะอาด

7. การเช็ดขาและเท้า ใช้ผ้าขนหนูเช็ดขาและเท้าให้แห้ง

8. การทาวาสลิน ใช้ตะไบเหล็กตักวาสลินทาบริเวณขอบหนังรอบเล็บ เพื่อให้หนังรอบเล็บ

9. การเซาะดุนหนัง ใช้เหล็กดุนหนังด้านมนเซาะรอบขอบเล็ก ด้านปลายแหลมเซาะใต้เล็บเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก

10. การตัดหนัง ใช้กรรไกรตัดหนังรอบเล็บออกเพื่อให้หนังที่แข็งหลุดออก

11. การทำความสะอาดเล็บ ใช้สำลีชุบยาล้างเล็บเช็ดที่เล็บและใต้เล็บ ล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง

12. การใช้สำลีสอดระหว่างนิ้ว ใช้สำลีม้วนเป็นก้อนสอดไว้ระหว่างนิ้ว เพื่อไม่ให้ยาทาเล็บและอื่นๆ เปรอะเปื้อน

13. การทางรองพื้นเล็บ ให้ทารองพื้นเล็บ 1 ครั้ง

14. การทาเล็บ ให้ทาเล็บ 2 ครั้ง เพื่อให้สีเล็บสวยและสีไม่บางเกินไป

15. การทายาชักเงา ใช้ยาชักเงาทาทับยาทาเล็บและทิ้งไว้ให้แห้ง เอาสำลีที่สอดไว้ระหว่าง

                                                                                                                                                                                                                                     







dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot

dot
สมาชิกที่ Login อยู่
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 71 คน
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot


ahead magazine องค์ความรู้สำหรับประชาชนทุกระดับ ช่างเสริมสวย ร้านเสริมสวย
โรงเรียนเสริมสวย คุณโจ แอนด์ แซคส์
โรงเรียนเสริมสวยสถาพร แมกซ์ ยูเทิร์น
ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมัน หัวล้าน ผมผิดปกติ แก้ได้ด้วย BSC hair tonic
สุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวหน้าและ เส้นผม
โรงเรียนสอนตัดซอยทรงผมปฏิวัติ สอนทำผม สอนตัดผม เรียนทำผม เสริมสวย


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ดูทีวีออนไลน์