| หลักการตัดผม แบบยกองศา หลักการตัดผม
 การตัดผม เป็นหนึ่งในวิชาเสริมสวย ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของเสริมสวยเลยทีเดียว โดยแบ่งการตัดผมออกเป็น 2 แบบ คือ ตัดผมหญิง และ ตัดผมชาย ผมหญิงส่วนใหญ่จะเน้นการตัดผมด้วย กรรไกร และมีดโกน ส่วนผมชายหรือบาร์เบอร์นั้น จะตัดผมด้วย ปัตตาเลี่ยน และกรรไกร
หลักการตัดผมมีมากมาย แบ่งออกเป็นหลายแขนง ซึ่งแตกต่างกันออกไป เช่นการตัดผมแบบมาตรฐานซึ่งมีหลักการตามตำราที่เรียนกันมา นอกจากนั้น ยังมีหลักการตัดผมเฉพาะของแต่ละสถาบัน ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น พีวอต พอยต์ , วีดัล แซสซูน และ โทนี่ แอนด์ กาย ฯลฯ
แต่ไม่ว่าสถาบันใด จะมีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่าง ก็ต้องยึดหลักเดียวกัน คือ ผมที่ตัดจะต้องมี ระดับชั้นผม (เลเยอร์-Layer) หรือ ความหนาบางของเนื้อผม (เท็กซ์เจอร์-Texture) ซึ่งส่วนมากผู้เรียนมักจะเกิดความสับสน ขาดความเข้าใจ ในหลักพื้นฐาน ทำให้เมื่อไปศึกษาแนวการตัดผมของแต่ละสถาบันแล้ว จะ ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่สามารถมองภาพรวม หรือผลที่ได้จากการตัดอย่างถูกต้อง
หลักการตัดผมครั้งนี้ จึงนำเอารายละเอียดของผลที่ได้จากการตัดมาทำความเข้าใจกับผู้ที่กำลังศึกษา เพื่อให้เข้าใจผลของการตัดผมมากยิ่งขึ้น
การยกองศา หลักการยกองศานั้น ถูกนำมาใช้เพื่ออ้างอิง และนำมาเป็นแนวการสอนแก่ผู้เรียนเสริมสวยในวิชาตัดซอย และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่กระนั้น ผู้เรียนก็ยังขาดความเข้าใจ เนื่องจากไม่สามารถมองภาพรวมของผลที่จะตัดออกมาได้อย่างละเอียด เราจึงนำแนวทางนี้มาอธิบายด้วยภาพ เพื่อความเข้าใจที่ดี
การยกองศานั้น หลายคนจะสับสนว่า เอาอะไรเป็นเกณฑ์ และแนวองศานั้นอยู่ที่ไหน เพราะรูปศีรษะของคนเรานั้นเป็นทรงกลม ไม่ใช่แนวตั้งหรือแนวราบ ซึ่งที่ถูกแล้วนั้นเราต้องมองรูปศีรษะออกมาเป็น 2 มิติ คือ แนวตั้ง และแนวนอน เพื่อที่จะใช้เกณฑ์ในการยกองศาได้ถูกต้องนั่นเอง
การยกองศาตัดในแนวตั้ง - แนวนอน การยกองศาตัดผมในแนวตั้ง คือ การเอาแนวรูปศีรษะด้านข้าง เช่น ข้างใบหู ด้านหลังศีรษะ หรือท้ายทอย เป็นเกณฑ์ ส่วนการยกองศาในแนวนอน คือการเอาแนวรูปศีรษะ ด้านบนสุดเป็นเกณฑ์ เมื่อได้แนวแล้ว ก็อยู่ที่การดึงผมให้ไปตามแนวองศา โดยจะเป็นแนวองศาออกได้ 12 ระดับ ด้วยกันคือ
180 องศา 165 องศา 150 องศา 135 องศา 120 องศา 90 องศา 75 องศา 60 องศา 45 องศา 30 องศา 15 องศา 0 องศา
การยกองศาตัดผมแนวนอน



การยกองศาตัดผมแนวตั้ง



แต่ที่นิยมเอาหลักมาใช้มากที่สุด นั้นคือ 180 องศา , 90 องศา , 135 องศา , 0 องศา และ 45 องศา ซึ่งเมื่อมีการเรียนขั้นพื้นฐานในการตัดซอย ผู้สอนจะสอนหลักการตัดซอยผมออกเป็นทรงต่างๆ ที่เป็นมาตรฐาน เช่น ทรงเสย , ฟาร่าห์ , บ๊อบ , บ๊อบสไลด์ , บ๊อบทุย , มอส เป็นต้น
หากเอาทรงต่างๆมาเทียบหลักในการตัดแบบยกองศาแบบคร่าวๆ เราก็สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย เช่น ทรงเสย จะยึดหลักการตัดแบบยกองศา ด้วยการยกองศา 180 เพื่อเป็นหลักในการตัดทรงเสย หรือทรงบ๊อบสไลด์ จะใช้หลักการยกองศาตัดที่ 135 การตัดผมทรงฟาร่าห์ ใช้หลักการยกองศาตัดที่ 90 องศา และ ทรงมอส หรือทรงบ๊อบนักเรียนใช้หลักการตัดยกองศาที่ 0 องศา เป็นต้น
ส่วนจะมีการพลิกแพลง เปลี่ยนทรงไปมากน้อย อยู่ที่แนวคิด ไอเดีย การสร้างสรรค์รูปทรง หรือประยุกต์ให้เข้ากับรูปหน้า รูปกระโหลกศีรษะของลูกค้า เนื่องจากสรีระของแต่ละคนแตกต่างกันไป
ซึ่งโดยทั่วไปเราสามารถแบ่งรูปทรงของศีรษะได้ตามเผ่าพันธุ์ เช่น ชนแอฟริกัน มีรูปศีรษะท้ายทอยทุยกว่าใคร รองลงมาคือ ชนคอเคเชี่ยน หรือชนชาติยุโรป อเมริกา ส่วนชาวเอเซีย รวมทั้งคนไทยนั้นกระโหลกศีรษะด้านท้ายทอย จะมีความทุยน้อยกว่าชนชาติอื่น
ดังนั้นเมื่อต้องตัดซอยผม จึงต้องเน้นสร้างความทุยให้ศีรษะของลูกค้าที่เป็นเอเซียมากกว่า ลูกค้าที่เป็นแอฟริกัน หรือยุโรป เช่นเดียวกัน หลักในการตัดยกองศา ยังเป็นการกำหนดรูปทรง ขอบทรงของผมได้ด้วย
หากเราต้องการมีพื้นฐานการตัดซอยผมที่ดี เข้าใจหลักการยกองศาที่ถูกต้อง เราก็จะทำความเข้าใจกับรูปแบบการตัดซอยของช่างเสริมสวยที่เก่งๆได้ง่าย และสามารถนำเอาเทคนิคต่างๆของเขามาใช้ได้อย่างหลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องยึดหรือเลียนแบบเทคนิคของเขามาทั้งหมด
ต่อไปจะนำเทคนิคการตัดซอยในรูปแบบอื่น ที่ช่วยในการพัฒนาระดับทักษะการตัดซอยที่ดียิ่งขึ้นไปในโอกาสหน้า...!!
*** ทุกบทความมีลิขสิทธิ์*** |