ผมทรงบ็อบ รากไทร แบบวิกตอเรีย ตัดผม ทรงผม  ทรงบ็อบรากไทร-แบบวิกตอเรีย โดย อาจารย์สถาพร อยู่โต โรงเรียนเสริมสวยสถาพร รังสิต


ผมบ็อบ หลังจากที่หายไปนานแล้วเมื่อกลับมานิยมใหม่ ช่างผม จำเป็นต้องเข้าใจ หลักการตัด แต่ต้องนำมาปรับหรือดัดแปลงบ้างเพื่อให้เข้ายุคเข้าสมัย ที่ผ่านมาฮิตซอยผมสไลด์ ปลายทำกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทรงผม ที่ถูกสไลด์มาแล้วจะ ตัดบ็อบ ทันทีเลยลำบากมาก ฉะนั้นเราต้องมีการดัดเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม และเพื่อให้ช่างผมทำงานง่ายขึ้นเช่นกัน หลักการวิเคราะห์ 1.เส้นผม ที่ถูก ตัดผม นั้นสภาพ เส้นผม เป็นอย่างไร มีความสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน ถ้า ปลายผม ถูก สไลด์ มากๆ เส้นผม จะไม่แข็งแรง 2.น้ำหนักของ เส้นผม เป็น ผมเส้นเล็ก ผมเส้นใหญ่ ต้องดูให้ออก คนที่มี ผมหยิกยักโศก มากๆ จะ ตัดบ็อบ ไม่สวย ต้องคนที่มี เส้นผมตรง ทิ้งตัวมีน้ำหนัก 3.รูปหน้า ต้องให้ดูเรียวเล็ก ตัดบ็อบ จะสวยมาก แต่เมื่อลูกค้าโครงหน้ากว้างใหญ่แต่ต้องการตัดมากๆ ถ้าไม่ตัดให้เขาก็จะไปตัดร้านอื่น ทางที่ดีใช้วิธีอธิบายแล้วอาศัยหลักการแก้ไขปัญหาโครงหน้า จุดไหนใหญ่ก็ออกแบบผมมาปิด ส่วนไหนสวยก็ทำให้มันสั้นสวย ขั้นตอนการตัดผมบ็อบ-วิคตอเรีย
 1.เริ่มที่การแบ่งผมเพื่อเห็นโครงสร้างของศีรษะและการทำงานที่ง่ายขึ้น โดยผมบ็อบทรงนี้จะมีการผสมผสานระหว่างผมบ็อบและผมรากไทร การตัดซอยจะแบ่งผมทำงานเป็น 3 ส่วน -ผมส่วนล่างสุดแบ่งเป็นรูปตัววีคว่ำหรือรูปตัว A -ผมส่วนกลางแบ่งจากจุดกึ่งกลางศีรษะ(จุดมงกุฎ) แบ่งเป็นรูปเกือกม้า -ส่วนบนสุดเพื่อตัดผมด้านหน้าและการเช็คผม 2.เริ่มทำการตัดจากผมส่วนล่างสุดก่อน โดยปกติการตัดผมบ็อบจะเริ่มที่ 0 องศา แต่สำหรับการตัดผมทรงนี้จะตัดด้วยการยกผม 90 องศา เหตุผมเพราะว่า การตัดผมโดยยกผม 0 องศานั้นเมื่อใช้กรรไกรในการตัดผม ผลที่ได้ออกมานั้นจะทำให้ผมหนาไม่ดูพลิ้วหวาน ยิ่งถ้านางแบบเป็นคนที่มีผมหนามากๆ ตัดยก 0 องศาทรงที่จะได้จะเหมือนทรงผมเด็กมัธยมต้นทันที
 3.แบ่งผมเป็นรูปตัววีคว่ำ หรือ A จับผมเรียงเส้นหนีบผมดึง 90 องศา เป็นช่อที่ 1 -ช่อที่ 2 จับผมลักษณะเดียวกันยก 90 องศา -ช่อที่ 3 จับผมเรียงเส้นหนีบผมดึง 0 องศา เพื่อให้ผมกองไล่กันเป็นบ็อบ จากนั้นตัดไล่ไปจนจบทีละด้านจนถึงใบหู
 4.ด้านตรงข้ามเช่นเดียวกัน เราตัดฝั่งขวาต้องโยกไปฝั่งซ้าย (จุดนี้จะยากหน่อยสำหรับคนที่จัดกรรไกรถนัดขวา เพราะต้องตัดผมย้อนขึ้น มีวิธีแก้คือ เราใช้วิธีการเปลี่ยนนิ้ว ใช้นิ้วช้อนผมขึ้น และก็สมารถวางกรรไกรลงมาได้) 5.จากนั้นเรามาแต่งฐาน โดยทั่วไปถ้าเราใช้กรรไกรตัดผมที่ออกมาจะดูแข็ง แต่เราสามารถใช้มีดโกนแต่งได้โดยการดึงโน้มเข้ามาแล้วตัด แต่ถ้าผมมีความหนามากๆ ก็ใช้กรรไกรฟันปลาไล่เพื่อลดส่วนตรงกลางไม่ทำลายฐานผมที่เราแบ่งเอาไว้ เป็นการลดปริมาณผมเท่านั้น 6.แบ่งส่วนที่ 2 ลงมา โดยแบ่งจากจุดกึ่งกลางศีรษะ (จุดมงกุฎ) ในลักษณะรูปเกือกม้าดึง 90 องศา เราจะเห็นฐานมืออยู่ จากนั้นเราใช้วิธีตัดโค้งตามรูปกรรไกร (กรรไกรปลายโค้ง) ไม่แทงตรงๆ เพื่อให้ได้ผมโค้งตามรูปศีรษะ
 7.ช่อที่เหลือเราจะแบ่งการทำงานเป็น 3 ช่อ แต่ละช่อให้ดึงเข้าหาเซ็นเตอร์ให้หมด โดยการหวีโน้มมาตรงกลาง วางนิ้วแบบคว่ำแบบตัด ช่อถัดไปก็เช่นเดียวกันดึงมาที่จุดเดิมใช้เซ็นเตอร์เป็นหลัก จากนั้นก็คว่ำมือตัดทำให้ครบทั้ง 3 ช่อ จากนั้นก็เริ่มในก้านตรงข้าม (ลักษณะการดึงโน้มเข้าหาจุดเซ็นเตอร์เช่นนี้ก็เพื่อรักษาเกณฑ์ความยาวของผมด้านหน้าไว้) 8.เพื่อให้ปลายผมมีความพลิ้ว ตัดแบบสไลด์ย่ำบริเวณปลาย แต่ใช้การตัดแบบชากกี้ในส่วนตรงกลาง (เพื่อลดความหนา) ไล่ทีละช่อ จนรอบศีรษะ 9.ส่วนบน ช่วงสุดท้ายเราหาส่วนตรงกลางศีรษะ (ขวัญ) แล้วแบ่งเป็นรูปสามเหลี่ยม (หางคิ้วทั้ง 2 ข้าง)ดึงตรงขึ้นมาผมส่วนไหนที่ยาวเกินก็ตัดออก (ส่วนการเช็คผมก็ใช้วีหวีโน้มมาด้านหน้า ดึงขึ้นมาตรงเซ็นเตอร์ เพื่อเช็ดความยาว ส่วนที่เกินตัดออก)
 10.ตัดผมหน้าม้า ด้วยวิธีการแสกผมด้านข้าง เราอย่าตัดตรงๆ ควรไปทางเฉียงๆ เพราะจะลดความกว้างของหน้าผากได้ วิธีการตัดดึงโน้มมาด้านหน้า ไม่ทำลายเกณฑ์ฐานตัดหน้าม้าเหมือนเดิม เพื่อสร้างกรอบหน้า จากนั้นก็ไล่ตัดแต่ต้องอยู่บนฐานเดิมเท่านั้น
|